หลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสกัดในรูปแบบซอฟเจล

หลินจือมิน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผสมผสานกันระหว่างสารสกัดจากเห็ดหลินจือแดงกับวิตามินและแร่ธาตุ ในรูปแบบแคปซูลเจล ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดูดซึมง่าย ให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด ไม่มีสารพิษตกค้าง ทางเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตราหลินจือมิน เห็ดหลินจือแดงสกัด ผสานคุณประโยชน์ของแร่ธาตุ และวิตามินในรูปแบบแคปซูลนิ่ม (Soft Capsule) ซึ่งทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ได้รับปริมาณสารสกัดจากเห็ดหลินจือได้อย่างครบถ้วน ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานจากประเทศเกาหลี พร้อมด้วยบรรจุภัณฑ์ที่สะอาด สามารถป้องกันความชื้นได้จากภายนอก และสะดวกต่อการพกพา เหมาะสำหรับรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย

คุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือหมิน

เห็ดหลินจือ (Lingzhi) เป็นยาสมุนไพร (Chinese traditional medicine) ที่ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้ เป็นต้นมา เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรหายาก มีคุณค่าสูง และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณของจีนว่า เห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) ใช้บำรุงร่างกาย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคต่างๆได้อย่างกว้างขวางและยังปลอดภัยรับประทานได้ในระยะยาวไม่เป็นพิษต่อร่างกายอีกด้วยนปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้มีการศึกษาวิจัยค้นคว้าเห็ดหลินจือกันมากมาย กลุ่มที่มีงานวิจัยมากที่สุดคือสีแดง หรือ Ganoderma Lucidum (กาโนเดอร์ม่า ลูซิดัม) ซึ่งพบว่ามีสารสำคัญทางยา คือ สารโพลีแซกคาไรด์มากที่สุดจึงนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย

สารสำคัญของเห็ดหลินจือแดง

ขจัดอนุมูลอิสระในร่างกาย

สารสำคัญในเห็ดหลินจือหลายชนิด เช่น โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharides), ไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenes), เยอร์มาเนียม (Germanium) เป็นแอนติอ็อกซิแดนต์ที่ดี สามารถขจัดอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของการเกิดเซลล์เนื้อร้าย และยังช่วยทำให้ศักย์ไฟฟ้าของเซลล์เนื้อร้ายต่ำลง ทำให้เม็ดเลือดขาวเข้าไปต่อสู้ทำลายเซลล์เนื้อร้ายได้ดียิ่งขึ้น

ลดความดันโลหิต

สารอาดีโนซิน (adenosine) ในเห็ดหลินจือ เป็นสารที่มีโครงสร้างคล้าย DNA หรือ RNA ของเซลล์ร่างกาย เราเชื่อว่าอาดีโนซิน สามารถเข้าไปในเซลล์ที่ผิดปกติของร่างกาย เพื่อย่อยให้เซลล์ที่จะเจริญผิดปกติ ไม่สามารถเติบโตมากขึ้นได้ สารอาดีโนซีนยังช่วยชะลอการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ในผู้ป่วยโรคหัวใจและความดันโลหิตได้อีกด้วย

ลดน้ำตาลในเลือด

เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่นักวิทยาศาสตร์พบว่ามีสารสำคัญทางยาที่ช่วยในเรื่องระบบน้ำตาลในเลือดได้คือสาร ที่อยู่ในกลุ่มของ โพลีแซ็กคาไรด์ ได้แก่ กาโนเดอแรน เอ บี และ ซี (Ganoderans A,B,C,) ช่วยปรับให้ค่าน้ำตาลในกระแสเลือดอยู่ในระดับที่ปกติ( Hypoglycemic effect ) ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของการหลั่งสารอินซูลินซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย

ลดอาการภูมิแพ้

เห็ดหลินจือมีสารสำคัญทางยาช่วยทำให้สาร ฮีสตามีน ( Histamine) ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้น้อยลง ได้แก่กลุ่มสารโพลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides) และ กลุ่มสารไตรเทอร์ปินนอยด์ (Triterpenoids) ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด บี-เซลล์ และทีเซลล์ ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นอย่างมากของ สารอิมมูโนโกลบูลิน และสารอินเตอร์ลิวคิน ซึ่งเป็นตัวต่อต้านสารที่ทำให้แพ้ (Antiallergy)

ห้อง LAB ทดสอบสารสกัดจากเห็ดหลินจือ​

@KOREAN GINSENG RESEARCH CO., LTD. ประเทศเกาหลี​

ขั้นตอนการสกัดเห็ดหลินจือ, การจัดส่ง และ QC

ถาม-ตอบ ข้อสงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ "หลินจือมิน"

โรคความดันสำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพนั้น สามารถรับประทานหลินจือมินควบคู่กับยาที่ใช้อยู่ได้ ไม่ต้องหยุดยา โดยให้รับประทานหลังรับประทานยาไปแล้ว 1 ชั่วโมง หลินจือมินเป็นอาหารเสริมบำรุงร่างกาย ช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้น แล้วอาการเจ็บป่วยก็จะดีขึ้นเองตามธรรมชาติ

ในตำราแพทย์และตำรับยาสมุนไพรจีนและญี่ปุ่นแต่โบราณ บรรยายสรรพคุณของเห็ดหลินจือส่วนหนึ่งว่าเป็นยานอนหลับ เป็นยาบำรุงสมอง และทำให้ฉลาด ชาวบ้านมักดองเห็ดไว้ในน้ำหรือทำเป็นยาดองเหล้าดื่มก่อนนอน คณะนักวิจัยแห่งชาติมหาวิทยาลัยทันตแพทย์ กรุงโตเกียว ได้ทำการทดลองในหนูพบว่าถ้าให้หนูกินเห็ดหลินจือ จะทำให้หนูหลับง่ายขึ้น

อาการปวดเมื่อยมีสาเหตุมาจากการคั่งค้างของไขมันในเส้นเลือดหรือสารบางอย่างในบริเวณนั้นๆ เห็ดหลินจือจะช่วยลดการเกาะตัวของเกร็ดเลือด บำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดงให้แข็งแรง ทำให้การไหลเวียนของโลหิตและการกำจัดของเสียของร่างกายดีขึ้น ลดการคั่งค้างของไขมันในเส้นเลือดหรือสารบางอย่าง ทำให้อาการปวดบรรเทาลงได้

การรับประทานหลินจือมิน ติดต่อกันเป็นเวลานานนั้น ไม่มีผลกระทบใดๆต่อร่างกาย เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีสารสกัดเห็ดหลินจือ ซึ่งเป็นเห็ดที่มีตำนานเล่าขานและได้รับการยอมรับมานานกว่า 2000 ปี ในประเทศจีน นับตั้งแต่สมัยจักรพรรดิ์ฉินซีฮ่องเต้เป็นต้นมา เป็นเห็ดที่มีคุณค่าสูงและราคาแพง ในตำราสมุนไพรจีนหลายเล่มได้กล่าวยกย่องเห็ดหลินจือว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” มีพลังมหัศจรรย์ใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ และยังรักษาโรคต่างๆ ได้มากมาย นอกจากสรรพคุณที่ดีแล้ว ยังปลอดภัยไม่มีพิษใดๆ ต่อร่างกาย จึงจัดได้ว่าดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน และจากรายงานการทดสอบความเป็นพิษพบว่าเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูงอีกด้วย

ระยะในการเห็นผลขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพและความสามารถในการตอบสนองต่อสมุนไพร ทำให้ระยะเวลาการเห็นผลของแต่ละบุคคลนั้นไม่เท่ากันควรรับประทานอย่างไรจึงจะได้ผลดีที่สุด หลินจือมินเป็นการผสมผสานระหว่างสารสกัดเห็ดหลินจือแดง กับวิตามินและแร่ธาตุ ที่มีขนาดอนุภาคเล็ก ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ในทันที เพื่อประโยชน์สูงสุดควรรับประทานก่อนอาหารเช้า เย็น อย่างน้อย 30 นาที

ในวัยผู้สูงอายุ เป็นวัยที่ร่างกายต้องการบำรุงมากเป็นพิเศษ ต้องการอาหารที่ย่อยง่าย ดูดซึมง่าย จึงเหมาะที่จะใช้ผลิตภัณฑ์หลินจือมินมากที่สุด

หลินจือมินเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงร่างกายให้แข็งแรง สำหรับการใช้ในเด็กนั้น แนะนำให้ลดปริมาณลง และให้อยู่ในการควบคุมของผู้ปกครอง

กรณีของสตรีมีครรภ์นั้น ถือเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นจะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ความเด่นของหลินจือ คือ การล้างพิษ การขับสารพิษ สารพิษ สารตกค้างที่ทำให้เกิดโรค เช่น กรดยูริก น้ำตาล ไขมัน หรือสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกายด้วยการขับออกทางระบบการขับของเสียของร่างกาย เช่น ทางผิวหนัง ทางปัสสาวะอุจจาระ ทางเหงื่อ เป็นต้น

ประสบการณ์จากผู้ใช้จริง

"หลินจือมิน เอ็กซ์ตร้า" เห็ดหลินจือแดงผสานวิตามินและแร่ธาตุ

ส่วนประกอบหลักของ หลินจือมินเอ็กซ์ตร้า Linhzhimin X-Tra

เห็ดหลินจือแดง (Red Lingzhi Mushroom) – ที่สุดของสมุนไพรที่มีการใช้รักษาดูแลสุขภาพมายาวนานกว่า 2,000 ปี เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่หายาก มีคุณสมบัติบำรุงร่างกาย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และยังสามารถรักษาโรคต่างๆ สามารถรับประทานได้ในระยะยาวและไม่เป็นพิษต่อร่างกายและสุขภาพ และในปัจจุบันมีการศึกษาค้นคว้าวิจัย เห็ดหลินจืออย่างมากมาย กลุ่มที่มีการวิจัยมากที่สุด คือ เห็ดหลินจือแดง ซึ่งเป็นการนำเห็ดหลินจือมาผ่านกรรมวิธีการผลิตเพื่อเน้นคุณประโยชน์จากเห็ดหลินจือมากที่สุด อาทิ สารโพลีแซกคาไรด์สารที่เป็นสรรพคุณทางยา ที่มีการนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)  สุดยอดต้านอนุมุลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง และจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระกับสารอาหารชนิดต่างๆ รวมทั้งปกป้อง DNA หรือสารพันธุกรรมในร่างกายจากประเทศเยอรมัน

เสจ (Sage) – ช่วยบำรุงร่างกายและลดการสูญเสียของมวลกระดูก และคุณประโยชน์อื่นๆมากมาย ที่ส่งผลดีต่อร่างกาย ซึ่งเป็นสมุนไพรชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดและแพร่พันธุ์ในบริเวณเมดิเตอร์เรเนียน มีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติทั่วยุโรป และมีการเพาะปลูกในแถบอเมริกาเหนือ และเสจมีสารประกอบหลายอย่างผสมกัน รวมทั้งสารกลุ่มไดเทอร์ปีน (diterpene) ซึ่งเป็นตัวกำหนดกลิ่นรสของเสจและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในจำนวนนี้ คือ กรดคาร์โนซิก (Camosic Acid) และสารคาร์โนซอล (Carnosol) จากประเทศตุรกีa

น้ำมันปลา (Fish Oil) – ช่วยบำรุงร่างกาย สมองและหัวใจ ลดการอักเสบของข้อและกระดูก บำรุงกระดูกให้แข็งแรง ซึ่งเป็นน้ำมันที่สกัดจากส่วนของเนื้อ หนัง หัว และหางของปลาทะเลน้ำลึกโดยเฉพาะปลาในเขตหนาว ในน้ำมันปลามีกรดไขมันหลายชนิด โดยคุณประโยชน์สำคัญที่ได้จากน้ำมันปลา คือ กรดไขมันโอเมก้า-3 และกรดไขมันโอเมก้า-6 จากประเทศฝรั่งเศส

เฟอร์รัสฟูมาเรต (Ferrous Fumarate) – บำรุงเลือด บำรุงโลหิต ช่วยเสริมธาตุเหล็กในร่างกายแมงการนีส

ซัสเฟต (Manganese Sulfate Monohydrate) – ป้องกันกระดูกพรุน ลดความอ่อนล้าของร่างกาย และช่วยในกระบวนการตอบสนองของกล้ามเนื้อตามร่างกาย

เบตาแคโรทีน (Beta Carotene) – บำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่

สังกะสี (Zinc) – เสริมสร้างการเจริญเติบโตให้กับร่างกาย ช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากและมะเร็งต่อมลูกหมาก

วิตาบินบี (Vitamin B) – B1, B2, B6, B12 วิตามินบีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยเพิ่มพลังกาย ลดความเครียด ป้องกันเซลล์ และลดความเครียด หรือไมเกรน และช่วยลดความแปรปรวนทางอารมณ์ และเสริมสร้างความจำ การทำงานระบบประสาทและสมอง

วิตามินอี (Vitamin E) – วิตามินอีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยแลดูอ่อนกว่าวัย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันและสลายลิ่มเลือด

สรรพคุณของหลินจือมินเอ็กซ์ตร้า LINHZHIMIN X-TRA

Linhzhimin X-TRA มีสารสำคัญที่ช่วยในการเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ในอวัยวะต่างๆของร่างกาย ปกป้อง DNA หรือสารพันธุกรรมในเซลล์จากการถูกทำลาย ซึ่งป้องกันการกลายพันธุ์ของเซลล์ ป้องกันมะเร็งได้ พร้อมทั้งป้องกันเซลล์ผิวจากการถูกทำลายโดยแสงแดด และเสริมสร้างป้องกันโรคข้ออักเสบ ข้อเข่าเสื่อม ให้ดียิ่งขึ้น

Linhzhimin X-TRA มีสารสำคัญที่ช่วยในการเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ในอวัยวะต่างๆของร่างกาย ปกป้อง DNA หรือสารพันธุกรรมในเซลล์จากการถูกทำลาย ซึ่งป้องกันการกลายพันธุ์ของเซลล์ ป้องกันมะเร็งได้ พร้อมทั้งป้องกันเซลล์ผิวจากการถูกทำลายโดยแสงแดด และเสริมสร้างป้องกันโรคข้ออักเสบ ข้อเข่าเสื่อม ให้ดียิ่งขึ้น

Linhzhimin X-TRA มีสารสำคัญที่ช่วยรักษาอาการร้อนวูบวาบจากภาวะหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้มวลกระดูกมีสารอาหารไม่เพียงพอ และเกิดโรคกระดูกพรุนตามมานั่นเอง

Linhzhimin X-TRA มีสารสำคัญที่ช่วยรักษาอาการร้อนวูบวาบจากภาวะหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้มวลกระดูกมีสารอาหารไม่เพียงพอ และเกิดโรคกระดูกพรุนตามมานั่นเอง

จากผลวิจัย อาหารเสริมประเภทน้ำมันปลาช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้โครงสร้างสมองของผู้ที่บริโภคกับไม่บริโภคแตกต่างกัน 

Linhzhimin X-TRA มีสารสำคัญที่ช่วยการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวกับความจำและความคิดช่วยบำรุง และช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ ควบคุมระดับไขมันในเลือด ความดันโลหิต บรรเทาอาการปวดอักเสบจากโรคที่เกี่ยวกับกระดูก และยังช่วยพัฒนาระบบประสาทและสมองอีกด้วย

หรือโรครูมาตอยด์เป็นโรคที่มีการอักเสบของส่วนต่างๆ ในร่างกาย เกิดขึ้นจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำลายตัวเอง ไม่ใช่เพียงที่ข้อ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติและไปทำลายอวัยวะต่างๆ ในร่างกายตัวเอง ในผู้ป่วยบางรายพบว่ามีภาวะที่มีผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ผิวหนัง ดวงตา ปอด หัวใจ และหลอดเลือด

Linhzhimin X-TRA มีสารสำคัญที่ช่วยป้องกันและบรรเทาความรุนแรงการของโรค ระยะเวลาเมื่อเกิดโรค รวมถึงสร้างความยิดหยุ่นทั้งป้องกันเซลล์ผิวจากการถูกทำลายโดยแสงแดด และเสริมสร้างป้องกันให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

อาการปวดอย่างรุนแรงตามข้อต่อเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่เท้า แต่ก็สามารถเกิดกับข้อต่อหลายส่วนตามร่างกายได้ เช่น ข้อเท้า ข้อศอก หัวเข่า ข้อต่อกระดูกมือ หรือข้อมือ อาการของโรคจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน มักเป็นๆ หายๆ จนกว่าจะได้รับการรักษา ซึ่งเกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูง เป็นภาวะของร่างกายที่มีการสะสมของกรดยูริกในปริมาณที่มากเกินไป โดย

Linhzhimin X-TRA มีสารสำคัญที่ช่วยบรรเทา ยับยั้ง เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ข้อต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเกาต์ขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดขึ้นในอนาคต

งานวิจัยและประสิทธิภาพของสารสำคัญใน หลินจือมินเอ็กซ์ตร้า

งานวิจัยและประสิทธิภาพของ “เห็ดหลินจือ” ในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน–ความดัน

มีรายงานการศึกษาประสิทธิผลของเห็ดหลินจือสกัดเข้มข้นในการลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง โดยงานวิจัยจากโรงพยาบาลเสาไห้ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสระบุรี เพื่อศึกษาประสิทธิผลของเห็ดหลินจือ สกัดเข้มข้นเปรียบเทียบผลการรักษาระหว่างกลุ่มที่ได้รับและไม่ได้รับเห็ดหลินจือสกัดเข้มข้น โดยการศึกษาได้ทำการแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

• กลุ่มทดลอง จำนวน 45 คน

เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจรักษาและรับยาเบาหวานตามปกติ และจะได้รับเห็ดหลินจือสกัดเข้มข้น รับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลา 9 เดือนครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2 ครั้งเช้าและก่อนนอน

• กลุ่มทดลอง จำนวน 46 คน

เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจรักษาและรับประทานยาเบาหวานตามปกติ แต่ไม่ได้รับเห็ดหลินจือ สกัดเข้มข้น

กราฟเปรียบเทียบค่า HbA1C ก่อนดำเนินการและหลังดำเนินการของกลุ่มทดลอง

สรุปผลการวิจัย

หลังจากการรับประทานหลินจือมิน ควบคู่กับยาแผนปัจจุบันพบว่าค่า HbA1C ของกลุ่มทดลอง มีแนวโน้มลดลง โดยเริ่มเห็นการเปลี่ยนเปลงหลังจากรับประทานติดต่อกัน 3 เดือน และเห็นการเปลี่ยนแปลง อย่างมีนัยสำคัญหลังจากรับประทานติดต่อกัน 9 เดือน การที่ค่า HbA1C ลดลงสะท้อนให้เห็นว่าเห็ดหลินจือ มีฤทธิ์ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

รายงานการศึกษาของ Nakagawa K และคณะปี 2011 ในอาสาสมัครสุขภาพดี อายุ 50-69 ปี จำนวน 30 คน พบว่ากลุ่มที่รับประทาน astaxanthin ขนาด 6 mg/วัน และ 12 mg/วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ มีการสะสมของ Phospholipid hydroperoxides (PLOOH) ในเซลล์เม็ดเลือดแดงน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (มีรายงานการศึกษาที่พบว่าในผู้ป่วยสมองเสื่อมมีการสะสม PLOOH ในเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการขนส่งออกซิเจนไปยังสมองของเม็ดเลือดแดงลดลง ซึ่งคาดว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้)

ที่มา : Nakagawa K., Kiko T., Miyazawa T., et al. (2011). Antioxidant effect of astaxanthin on phospholipid peroxidation in human erythrocytes. British Journal of Nutrition, 105(11), 1563-1571. doi:10.1017/S0007114510005398

รายงานการศึกษาของ Park JS และคณะปี 2010 ในอาสาสมัครสุขภาพดี เพศหญิง อายุ 20.2-22.8 ปี จำนวน 42 คน โดยกลุ่มทดสอบได้รับประทาน astaxanthin ขนาด 2 mg/วัน และ 8 mg/วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่าระดับสารบ่งชี้การเกิดการทำลาย DNA (DNA damage biomarker) ในกลุ่มทดลองลดลงหลังจากรับประทาน astaxanthin ขนาด 2 mg/วัน ติดต่อกัน 4 สัปดาห์ และเมื่อรับประทาน astaxanthin ขนาด 2 mg/วัน ติดต่อกัน 8 สัปดาห์พบว่าระดับ C-reactive protein ในเลือดลดลง และยังพบว่าการรับประทาน astaxanthin มีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันได้

ที่มา : Park, J. S., Chyun, J. H., Kim, Y. K., Line, L. L., & Chew, B. P. (2010). Astaxanthin decreased oxidative stress and inflammation and enhanced immune response in humans. Nutrition & metabolism, 7, 18. doi:10.1186/1743-7075-7-18

ช่วยเรื่องความจำและการทำงานของสมอง

สมุนไพรเสจมีสารสำคัญที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของสมองได้แก่ essential oil ที่มีช่วยเพิ่มปริมาณสารสื่อประสาท acetylcholine ในสมอง 1. การศึกษาแบบ Randomized placebo-controlled trial ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ได้รับสารสกัดสมุนไพรเสจ (สกัดด้วยแอลกอฮอล์) ปริมาณ 60 หยด/วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 16 สัปดาห์พบว่าการทำงานด้าน cognitive function ของผู้ป่วยดีขึ้น

ที่มา : Akhondzadeh S., Noroozian M., Mohammadi M., Ohadinia S., Jamshidi A.H., Khani M. Salvia officinalis extract in the treatment of patients with mild to moderate Alzheimer’s disease: a double blind, randomized and placebo-controlled trial. J Clin Pharm Ther. 2003;28:53–59 2. การศึกษาแบบ Randomized placebo-controlled trial ในอาสาสสมัครสุขภาพดีที่ได้รับสมุนไพรเสจในรูปแบบ encapsulated dried leaf ปริมาณ 300-600 มก. พบว่าการทำงานด้านอารมณ์และ cognitive function ของอาสาสมัครดีขึ้น2 ที่มา : Kennedy D.O., Pace S., Haskell C., Okello E.J., Milne A., Scholey A.B. Effects of cholinesterase inhibiting sage (Salvia officinalis) on mood, anxiety and performance on a psychological stressor battery. Neuropsychopharmacology. 2006;31:845–852.

ช่วยลดการสูญเสียของมวลกระดูก

เนื่องจากฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (PTH) เป็นฮอร์ดมนหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการสลายกระดูก (bone resorption) โดยพบว่าการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมน PTH มักเป็นผลมาจากปริมาณแคลเซียมและฟอสเฟตในเลือดลดลง ฮอร์โมน PTH จึงทำให้เกิดการสลายกระดูกเพื่อให้ปริมาณแคลเซียมและฟอตเฟสในเลือกเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลรายงานการวิจัยพบว่า ชาเสจมีฤทธิ์ลดการสลายของมวลกระดูก (bone resorption) โดยลดปริมาณ serum PTH ลงอย่างอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา: Inas Z.A. Abdallah, Hala A.H. Khattab, François A.R. Sawiress, And Rokia A.S. El-Banna. Effect of Salvia Officinalis L. (Sage) Herbs on Osteoporotic Changes in Aged Non-Cycling Female Rats. Med. J. Cairo Univ. 2010; Vol. 78, No. 1, March: 1-9.​

Fish Oil กับการต้านการอักเสบ

มีข้อมูลวิจัยยืนยันว่ากรดไขมัน Omega-3 จากปลา ทั้งชนิด EPA และ DHA สามารถลดภาวะอักเสบในเซลล์ผ่านกลไกการเพิ่มสารต้านอาการอักเสบ (Anti-inflammation) ซึ่งเกี่ยวข้องกับสารเมแทบอไลท์ตัวสำคัญคือ PGE3, PGD3, PGI3 (LTB5) และ TXA3 รวมทั้ง สารอนุพันธุ์ของสารเหล่านี้บางตัว ดังนั้นการที่กรดไขมัน Omega-3 สามารถลดภาวะอักเสบเรื้อรังด้วย

Fish Oil ต่อสมองกลไกทางเมแทบอโลมิกส์

สำหรับประโยชน์ด้านบำรุงสมอง มีรายงานจากวารสาร The American journal of clinical nutrition พบว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมกินอาหารประจำวันที่มี DHA ต่ำ เช่น ไม่กินปลาหรืออาหารทะเล หากเสริม DHA วันละ 1.16 กรัม นาน 6 เดือน สามารถช่วยเพิ่มความจำและการตอบสนองของสมองต่อสิ่งเร้า

Omega-3 มีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถการจดจำของผู้สูงที่มีภาวะความผิดปกติเล็กน้อยของความสามารถของสมอง (mild cognitive impairment: MCI) ได้ MCI เป็นภาวะสูญเสียความสามารถของสมองในการจำ มีสาเหตุมาจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทในสมอง เป็นระยะที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากความชราและภาวะสมองเสื่อม

Fish Oil ต่อสายตา

เนื่องจาก Omega-3 เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นของ retinal membranes จึงมีส่วนช่วยป้องกัน / ชะลอการเกิดโรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (Age-related macular degeneration หรือ AMD) และชะลอการดำเนินโรคไปสู่ระยะที่รุนแรงได้ โดยอาจเกิดผ่านกลไกป้องกันเกิดภาวะขาดเลือด, การขาดออกซิเจน และการอักเสบของหลอดเลือดและจอประสาทตา จากรายงานการศึกษาแบบ Observational Research ในผู้ป่วย 2,275 ราย อายุ 65 ปีขึ้นไป พบว่าคนที่ได้รับ Fatty fish จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรค AMD ต่ำกว่าคนที่ไม่รับประทานน้ำมันปลาถึง 53%8 สอดคล้องกับผลการสำรวจการรับประทานอาหารของผูหญิงอายุเฉลี่ย 54.6ปี จำนวน 38,022 คน และติดตามผลการเกิดโรค AMD ต่อไปอีกเป็นเวลา 10 ปีพบว่าการรับประทาน ปลาหรือ EPA และ DHA อย่างน้อย 1 ครั้ง/สัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด AMD ได้ 35-38%

และจากการศึกษาแบบ observational studies 9 ฉบับ ซึ่งทำการประเมินผลการรับประทาน Omega-3 หรือปลาในอาสาสมัคร 88,974 คน โดยมีผู้ป่วย AMD 3,203 คน พบว่าการรับประทาน omega-3 ในปริมาณสูงลดความเสี่ยงในการเกิด late AMD ได้ 38% และการรับประทาน Omega-3 สัปดาห์ละ 2 ครั้งช่วยลดความเสี่ยงการเกิด early AMD และ late AMD ได้ สอดคล้องกับรายงาน Age-Related Eye Disease Study (AREDS) ฉบับที่ 23 ที่แนะนำให้รับประทาน omega-3 เนื่องจากช่วยชะลอการดำเนินโรคจาก bilateral drusen ไปเป็น central geographic atrophy (CGA) ได้ นอกจากนี้ยังมีผลจากการทดลองทางคลินิกที่แสดงให้เห็นว่า EPA และ DHA มีส่วนช่วยลดอาการตาแห้งได้อีกด้วย

ที่มา : SanGiovanni JP, Chew EY, Agrón E, et al. The relationship of dietary omega-3 long-chain polyunsaturated fatty acid intake with incident age-related macular degeneration: AREDS report no. 23. Arch Ophthalmol. 2008;126(9):1274–1279. doi:10.1001/archopht.126.9.1274 Hom MM, Asbell P, Barry B. Omegas and dry eye: more knowledge, more questions. Optom Vis Sci 2015;92:948-56.

1 แคปซูล

ประกอบด้วย..

  • เห็ดหลินจือแดงสกัด 230 mg.
  • น้ำมันปลา 566.50 mg.
  • เสจ 30 mg.
  • สารสกัดจากสาหร่ายแดง 40 mg. ให้สารแอสตาแซนธิน 2 mg.

เทคโนโลยีการผลิต & นวัตกรรมโรงงาน​

ASTAXANTHIN FARM @GERMANY​

ฟาร์มเลี้ยงแอสตาแซนธินที่ประเทศเยอรมนี​
  • ผง haematococcus pluvialis microalgae อินทรีย์ที่ได้รับการรับรองรายแรกของโลก
  • แอสตาแซนธินธรรมชาติที่บริสุทธิ์และเข้มข้นที่สุดในโลก
  • ฟาร์มแอสตาแซนธินที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
  • ท่อแก้วทั้งหมดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
  • จากน้ำบริสุทธิ์ของเทือกเขาหิมาลัย
  • กระบวนการทางธรรมชาติโดยใช้พลังงานของดวงอาทิตย์
  • พื้นที่เพาะปลูกที่เก่าแก่อากาศที่สะอาดและน้ำ

ห้อง Lab ทดสอบสารสกัด Astaxanthin @ GERMANY

"เซนโก" เห็ดหลินจือแดงสกัดในรูปแบบแกรนูล

ชงง่าย ละลายทันที

ชงง่าย ละลายทันที

ไม่มีตะกอน

ไม่มีตะกอน

น้ำร้อนและเย็น

น้ำร้อนและเย็น

ใน 1 กล่อง

มี 50 ซอง

ข้อสงสัยเกี่ยวกับ "เซนโก"

  • Zengo คืออะไร? – ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเห็ดหลินจือสกัดในรูปแบบผง ซึ่งมีส่วนผสมของเห็ดหลินจือสกัด 300 mg. ผสมน้ำตาลแลคโตส กลูโคส เพื่อความสดชื่น
  • จุดเด่นของ Zengo คืออะไร? – เป็นผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือสกัดในรูปแบบผง ผ่านกระบวนการผลิตโดยใช้วิธีการสกัดแบบเฉพาะ และผ่านกระบวนการ Heat-air Dry ซึ่งสารสกัดสามารถละลายได้ทั้งในน้ำร้อนและน้ำเย็น สามารถรับประทานได้ง่าย และสะดวกในการพกพา
  • Zengo รับประทาน – รับประทานวันละ 1 ซอง สามารถชงได้ในน้ำร้อนและน้ำเย็น หรือจะชงร่วมกับเครื่องดื่มอื่นๆ ตามการ เช่น ชา กาแฟ นอกจากนี้ยังสามารถผสมกับอาหารได้หลากหลาย เช่น เมนูซุปต่างๆ เป็นต้น
  • กลุ่มไหนไม่ควรบริโภค? – กลุ่มที่ไม่ควรบริโภค Zengo คือ กลุ่มคนที่มีประวัติแพ้เห็ด, เด็ก, สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร

เมนูสุภาพ by เซนโก

ซุบไก่ เซนโก

อร่อยกับเมนูซุปสุดโปรดของคุณ พร้อมได้สุขภาพที่ดี เพียงแต่เติม Zengo ลงไป

พะโล้ เซนโก

อร่อยง่ายๆ แถมได้สุขภาพ กับเมนูพะโล้ เพียงแต่เติม Zengo ลงไปก็ได้สุขภาพ

สลัดผลไม้ เซนโก

เติมเต็มคุณประโยชน์ ให้กับเมนูสลัดผลไม้แสนอร่อย ด้วย Zengo

ลาบ เซนโก

เมนูสุดแซ่บ อย่างเช่น ลาบ ก็สามารถเติมเต็มสุขภาพที่ดีได้ด้วย Zengo

ศูนย์สุขภาพเนเจอร์ไบโอเทค

NB Care Center

คำถามเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้ตามปกติ ก่อให้เกิดระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เป็นผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆตามมา ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานอันเนื่องมาจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป และพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ .. อ่านต่อ

โรคที่เกิดกับหัวใจ ซึ่งมีได้หลายโรค แต่ที่พบบ่อยที่สุดและเป็นปัญหาทางสาธารณสุขและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้สูงติด 1 ใน 4 ของสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนเกือบทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยคือ โรคหัวใจที่เกิดจากโรคของหลอดเลือดหัวใจหรือที่เรียกว่า โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease หรือ Coronary heart disease) (Kritharides L. et al, Pratt C., et al, Ulrich S, et al, Tunstall-Pedoe H. et al) ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึงโรคหัวใจมักหมายถึงโรคนี้ .. อ่านต่อ

ในร่างกายเรานั้นมี ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune system) ที่คอยต้านทานและกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาสู่ร่างกาย โดยมีเซลล์ที่ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์คือ เม็ดเลือดขาว ที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดและตามอวัยวะต่างๆ แต่หากร่างกายเราเกิดภาวะ ภูมิต้านทานต่ำ (Immunosuppression) หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Immunodeficiency) เชื้อโรคสิ่งแปลกปลอมก็จะเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ทำให้เราป่วยได้บ่อยๆ นั่นเอง หากเมื่อใดที่ร่างกายเกิดภาวะภูมิคุ้มกันต่ำก็จะทำให้เจ็บป่วยได้บ่อย เช่นการเป็นไข้หวัด ท้องเสีย หรือ เป็นโรคติดเชื้อราบนผิวหนังบ่อยๆ ซ้ำๆ เช่น กลาก เกลื้อน บ่อยๆ .. อ่านต่อ

การทำงานของสมองนั้นสลับซับซ้อนมากที่สุด แม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ศักยภาพสูงสุดที่มนุษย์ประดิษฐ์ได้ยังไม่เท่าเทียมการทำงานของสมอง หรือบางทีหากคิดกลับไปว่า “สมอง” นั่นเองคือ คอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่ซับซ้อนที่สุดในเวลานี้ เราพยายามทำความเข้าใจสมองมากขึ้น แต่ก็ทำได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะนี้มีความพยายามศึกษาความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างชีววิทยากับศาสตร์อื่นไม่ว่าจะเป็นชีวนาโนเทคโนโลยี ชีวกลศาสตร์ที่พยายามใช้ความเข้าใจในศาสตร์ 2 ประการ ทำความเข้าใจการทำงานของสมอง อย่างไรก็ตามคาดหมายว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งทศวรรษจึงจะมีความก้าวหน้ามากขึ้น .. อ่านต่อ

ทุกวันนี้มลภาวะที่เป็นพิษอยู่รอบตัวเรา รวมถึงปัจจัยต่างๆในการใช้ชีวิตที่ขาดสมดุลย์ มีส่วนทำร้ายผิวพรรณของเราให้อ่อนล้าลงอย่างน่าใจหาย ถ้าเทียบกับผู้คนในยุคสมัยอดีต ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านั้นได้ส่งผลให้ผิวของเราสูญเสียสิ่งที่เรียกว่า “คอลลาเจน” ผู้ช่วยตามธรรมชาติที่จะรักษาผิวพรรณ ให้คงความสดใสและเปล่งประกายลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนจะข้ามไปสู่คำแนะนำขั้นตอนการดูแลรักษาผิวพรรณรวมถึงสุขภาพโดยรวมนั้น เรามาทำความเข้าใจกับคอลลาเจนในร่างกายของเราก่อน .. อ่านต่อ

ในปัจจุบันภาวะอ่อนเพลียเหนื่อยล้า (fatigue or loss energy) เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล อาจตรวจไม่เจอสาเหตุด้วยซ้ำ หรือพบว่าผลตรวจสุขภาพประจำปีปกติดี แต่กลับมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ภาวะอ่อนเพลียเหนื่อยล้าแบบนี้ ถ้าเกิดในคนสูงอายุก็ยังไม่เท่าไร เพราะอาจเป็นว่าเกิดจากอายุที่มากขึ้น แต่ถ้าภาวะนี้มาเริ่มเกิดในวัยรุ่นหรือวัยทำงานช่วงอายุ 25- 45 ปี แล้วยิ่งถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน จากที่เคยแข็งแรงดี ออกกำลังกายเล่นกีฬา เข้ายิมได้ทุกวัน นอนดึกได้ไม่ง่วงซึม กลายเป็นรู้สึกขาดพลังงาน เหนื่อยง่าย ออกกำลังกายก็บาดเจ็บง่าย นอนไม่หลับหรือถึงนอนมากก็รู้สึกไม่เพียงพอ เริ่มมีภาวะติดชากาแฟ หรืออยากรับประทานแต่อาหารหวานๆ น้ำหนักขึ้นง่าย ภาวะแบบนี้อาจทำให้คนที่เป็นเสียศูนย์ไปเลยก็ได้เพราะไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร นั่นก็เพราะในการแพทย์แผนปัจจุบัน เรามองเพียงความผิดปกติของอวัยวะ โดยเน้นมองที่ตัวโรค ถ้าตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติหรือตรวจด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการไม่พบ ก็ถือว่าไม่ใช่โรคและไม่ผิดปกตินั่นเอง .. อ่านต่อ

การนอนหลับเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงวัยชราต้องนอนหลับอย่างพอเพียง ในคนปกติมีการเปลี่ยนแปลงของระบบต่างๆของร่างกายที่มีลักษณะเฉพาะ มีการปรับตัวให้เข้ากับกลางวันและกลางคืน โดยใช้วงจรหลับตื่นเป็นตัวกำหนดเพื่อความอยู่รอด การหลับและตื่นมีความแตกต่างกันตามอายุ โดยเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ .. อ่านต่อ

การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) คือภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้สมบูรณ์ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ อาการนี้สามารถเกิดขึ้นในผู้ชายทุกๆช่วงวัยได้ แต่ก็มักจะพบมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยกลไกในการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายค่อนข้างมีความซับซ้อน (Tharyan P. et al, American Urological Association.) กล่าวคือ สิ่งเร้าจะกระตุ้นสมองให้ส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทไขสันหลัง สัญญาณเหล่านี้ก็จะกระตุ้นให้เกิดการปล่อยสารเคมีที่ทำหน้าที่ส่งข้อมูลไปทำให้หลอดเลือดส่งเลือดเข้าสู่อวัยวะเพศชาย .. อ่านต่อ

โรคไตเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากระบบการทำงานของไตผิดปกติ ทำให้ไตไม่สามารถขับของเสีย หรือรักษาความสมดุลของเกลือและน้ำในร่างกายได้ ซึ่งโรคไตมีสาเหตุหลายอย่าง ได้แก่ โรคซึ่งเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่นโรคถุงน้ำในไต โรคที่ทำให้เกิดการอักเสบของไต โรคที่เกิดจากการอุดตันของทางเดินปัสสาวะ เช่น จากนิ่ว และที่สำคัญคือโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มจัด หวานจัด ความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ออกกำลังกาย ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน โรคความดันโลหิตสูง และเกิดโรคเบาหวานตามมา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่พบบ่อยที่สุด .. อ่านต่อ

ติดต่อสอบถาม